แสดงความเห็น

การรักษาโรคจิตเภทในเด็กด้วยการใช้ LSD และ Psilocybin

แกรี่ ฟิชเชอร์

ในตอนนี้องค์การอาหารและยาสหรัฐ ได้อนุญาตให้กลับมาทำวิจัยด้วย LSD และ Psilocybin อีกครั้ง เรารู้สึกว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะแบ่งบันตัวอย่างของการทดลองที่น่าทึ่งนี้ ผลของการทดลองอาจยังไม่มีน้ำหนักมากพอ เนื่องจาก สายงานวิจัยด้านนี้ถูกระงับมาตั้งแต่กลางยุค 60 ด้วยเหตุผลทางการเมือง โรคจิตเภทในเด็กยังคงเป็นปัญหาที่ยากจะรักษา และสร้างความเจ็บปวดอย่างมหาศาล มันเป็นเรื่องน่าอายที่งานวิจัยที่ทำตั้งแต่ 35 ปีก่อน กลับเป็นงานสุดท้ายของการใช้สารประเภท psychedelics ในการรักษาอาการเหล่านี้

สมมติฐาน

สมมติฐานที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ โรคจิตเภท เป็นระบบป้องกันต้วเองอย่างแน่นหนา จากการควบคุม-การละทิ้ง-การปฏิเสธ เพื่อช่วยปกป้องตัวเองจากการต้องประสบกับความเจ็บปวดทางอารมณ์ในวัยเด็กระยะแรก การควบคุมที่เกิดขึ้น มากจนเด็กหยุดการมีประสบการณ์กับตัวเองอย่างเป็นเหตุเป็นผล เด็กจะแยกตัวออกจากโลกโดยไม่รู้สึกอะไร และโลกภายนอกกลายเป็นโลกที่ไม่มีความหมาย หนึ่งในผู้ป่วยตัวน้อยของเรา บอกผมว่า เขาอยู่ในโลก "ที่ไม่มีความว่างเปล่า" มีการตั้งสมมติฐานไว้ว่า สารในตระกูล Psychedelic สามารถทำลายกรอบของการควบคุมนี้ทำให้เด็กสามารถรำลึกประสบการณ์ความเจ็บปวดเหล่านั้นอีกครั้ง และปลดปล่อยความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์เหล่านั้นออกมา พวกเขาจะรับรู้ถึงที่มาที่ไปของตัวเอง นอกจากนั้น เมื่อได้รับประสบการณ์ความรักจากเจ้าหน้าที่ของเรา ในสิ่งแวดล้อมที่ให้การยอมรับอย่างเต็มที่ เด็กสามารถมีประสบการณ์กับตัวเองในทางบวก และในฐานะบุคคลที่มีตัวตน เจ้าหน้าที่จะประกอบด้วย นักจิตวิทยา (ซึ่งเลือกที่จะไม่มีประสบการณ์กับ LSD แต่รับผิดชอบทางการแพทย์สำหรับงานวิจัย) นักศึกษาจิตเวช 4 คน และพยาบาลชำนาญด้านจิตเวชอีก 3 คน ผลัดเปลี่ยนกันตลอดทั้งวัน เนื่องจากในแต่ละช่วงมีความเข็มข้น และต้องการเจ้าหน้าที่ที่ตื่นตัวตลอดเวลา เจ้าหน้าที่แต่ละคนต้องผ่านประสบการณ์การใช้ LSD และ Psilocybin และถือเป็นขั้นตอนปฏิบัติ เพื่อที่จะเข้าใจว่า เกิดอะไรขึ้นกับเด็กบ้าง เจ้าหน้าที่ต้องมีประสบการณ์กับยาเหล่านั้นเอง เมื่อเราดำเนินงานไป เจ้าหน้าที่หนึ่งคน ต้องทำหน้าที่เป็นนักบำบัดหลักให้ผู้ป่วยแต่ละคน แต่ละช่วงทดสอบ จะมีการบันทึกการพูดคุย และพฤติกรรมของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง นอกจากต้องใช้เวลาอยู่กับผู้ป่วยในแต่ละช่วงของการบำบัด ต้องมีการพัฒนาโปรแกรมสำหรับผู้ป่วยแต่ละคน และต้องมีการคุยโปรแกรมดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ในห้องคนไข้ทุกคน เพื่อให้มีทิศทางบำบัดเดียวกัน เรามีความระมัดระวังในการเพิ่มเจ้าหน้าที่ที่ไม่มีส่วนในทีมบำบัด ในขณะทำการบำบัดผู้ป่วยแต่ละคน และทำรายการความร่วมมือเพื่อพัฒนาให้มีทัศนคติเดียวกัน เมื่อเจ้าหน้าที่ห้องคนไข้เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในเด็ก พวกเขาจะได้เข้าร่วม และให้การดูแลเด็กแต่ละคน

สภาพห้องคนไข้

 

ที่มา:

Gary Fisher, "Treatment of Childhood Schizophrenia Utilizing LSD and Psilocybin", Newsletter of the Multidisciplinary Association for Psychedelic Studies (MAPS), Volume 7 Number 3, Summer 1997 - pp. 18-25

(If you're a human, don't change the following field)
Your first name.
(If you're a human, don't change the following field)
Your first name.
(If you're a human, don't change the following field)
Your first name.

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • แท็กคำสั่ง HTML ที่อนุญาตให้ใช้งานได้: <a> <em> <strong> <cite> <blockquote> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <dt> <dd>
  • Lines and paragraphs break automatically.
  • Captions may be specified with [caption caption="Image caption"]<img src="example.png" />[/caption]. Items can be aligned with [caption align="left"].

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.